ตัวเลขภาคบริการสหรัฐฯ แกร่ง กดค่าเงินบาทอ่อน

ตัวเลขภาคบริการสหรัฐฯ แกร่ง กดค่าเงินบาทอ่อน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นหลังจากตัวเลขการบริการของสหรัฐดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ฉุดค่าเงินบาทอ่อนค่า-ทองคำขาลง

น.ส.รุ่ง สงวนเรือง  ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจและกำกับดูแลโกลบอลมาร์เก็ตส์  ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า   ค่าเงินบาทเปิดตลาดเมื่อเช้านี้ที่ 33.18 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ย.ปิดตลาดที่ระดับ 33.12  บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นผลมาจาการกประกาศตัวเลขภาคการบริการของสหรัฐดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แม้ว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรในเดือน ต.ค.ปรับตัวขึ้นต่ำกว่าคาดเพียง   261,000 ตำแหน่ง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้น  ซึ่งต้องติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายทางการเงิน (กนง.)ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ หากคงดอกเบี้ยจะทำให้ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่า ส่วนปัจจับต่างประเทศเป็นเรื่องแผนปฏิรูปภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐมีความคืบหน้ามากน้อยแค่ไหนในช่วงที่เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ  และติดตามการเยือนภูมิภาคเอเชียของทรัมป์ และบ่ายวันนี้จะมีการแถลงในช่วงที่เยือนญี่ปุ่น

รายงานข่าวบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนลแจ้งว่า  ราคาทองคำวันศุกร์ที่ 3 พ.ย. ปิดปรับตัวลดลง  6.51  ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากถูกแรงเทขายหลังจากสกุลเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขานรับการเปิดเผยคำสั่งซื้อภาคโรงงานและตัวเลขในภาคบริการของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต    โดยแนะนำติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิดโดยเน้นการเก็งกำไรในกรอบ 1,263-1,279 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ หากราคาทองคำยังพยายามยืนเหนือโซนแนวรับ 1,263  ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ได้ ทำให้ราคามีโอกาสขยับขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านอีกครั้ง  ซึ่งประเมินแนวรับที่  1,263 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์และ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนวต้านที่ 1,279 ดอดอลลาร์ ต่อออนซ์ และ 1,296 ดอลลาร์ต่อออนซ์.

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

Edit